เลือกตั้ง ผญบ. เดือด เฉือนกัน 1 คะแนน คัดค้านวุ่นขอนับใหม่

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2563 มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ้านสารเห็ด ต.ท่ายาง ตลอดทั้งวันการเลือกตั้งเป็นไปตามปกติ ผลการลงคะแนนปรากฎว่า ผู้สมัครหมายเลข 1 คือ นางจิรภา รานไพร ได้ 223 คะแนน ผู้สมัครหมายเลข 2 นายจีรยุทธ กิตติวุฒิดำรงชัย ได้คะแนน 224 คะแนน และผู้สมัครหมายเลข 3 นางนารีรัตน์ บวงสรวง ได้ 14 คะแนน นายจีรยุทธ จึงชนะการเลือกตั้ง ได้คะแนนเหนือกว่านางจีรภา ไปเพียง 1 คะแนน และมีการนำหีบบัตรที่ลงคะแนนแล้วไปเก็บรักษาที่ ที่ว่าการอำเภอท่ายาง

ต่อมาวันที่ 23 ก.ย. นางจีรภา ได้ร้องเรียนนายประทีป นายอำเภอท่ายาง ขอให้มีการนับคะแนนใหม่และพิจารณาบัตรเสียใหม่ทั้งหมดว่าเป็นบัตรเสียตามระเบียบหรือไม่ และนายประทีป ได้มีคำสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ.2551 ข้อ 89 และเกิดความชัดเจนเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ในวันที่ 26 ต.ค. 2563 พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งชุดใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

วันนี้ด้านนายจีรยุทธ ซึ่งเป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุดจึงร้องคัดค้านคำสั่งของนายประทีป เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ถูกต้องตามกฏหมาย คณะกรรมการทำตามระเบียบครบถ้วน การให้เปิดหีบนับคะแนนใหม่จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย หีบเลือกตั้งที่มีผู้ใช้สิทธิแล้วไม่อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ปรากฏว่านายประทีป ยืนยันคำสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ จึงเดินทางมาคัดค้านดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในวันนี้นายประทีป ติดภารกิจราชการจึงมอบหมายให้ นายเจริญฤทธิ์ จันฑิมา ปลัดอาวุโสอำเภอท่ายาง นายนายสมพร เยี่ยมยงวรรณ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายสมเกียรติ กรีธาธร กำนันตำบลกลัดหลวง เข้าเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้าน จนชาวบ้านยินยอมให้มีการเปิดหีบนับคะแนนใหม่ ที่หอประชุมอำเภอท่ายาง

โดยการนับคะแนนดังกล่าว เริ่มเวลา 10.00 น. ใช้เวลาการนับคะแนนใหม่ และพิจารณาบัตรดี บัตรเสีย ประมาณ 1 ชั่วโมง ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง นางจีรภา ได้คะเเนน 223 คะเเนน นายจีรยุทธ ได้ 224 คะเเนน และนางนารีรัตน์ ได้ 14 คะแนน บัตรเสีย 19 ใบ บัตรไม่ประสงค์ลงคะเเนน จำนวน 4 ใบ เช่นเดียวกับการนับคะแนนเลือกตั้งครั้งแรก

นางจิรภา รานไพร ผู้ร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ยอมรับผลการนับคะแนน และแสดงความยินดีกับนายจีรยุทธ กิตติวุฒิดำรงชัย ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นประชาชนได้แยกย้ายเดินทางกลับโดยไม่เกิดเหตุความวุ่นวายใด ๆ

Loading...